The Caveman : มนุษย์ถ้ำในองค์ความรู้
สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง กล่าวว่าความฉลาดของมนุษย์ส่งผลเสียต่อวิวัฒนาการของเรามากกว่าผลดี เขาเคยพูดติดตลกเอาไว้ว่า
"ถ้าผมรู้แบบนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ไฮสคูล มันคงเป็นข้ออ้างที่ผมจะไม่เรียนหนังสือ"
อย่าลืมว่าสิ่งมีชีวิตบางชนิดอยู่คู่โลกนี้มายาวนาน ทั้งที่มันไม่มีสมองจริง ๆ ซะด้วยซ้ำ เราให้ความสำคัญกับสมองเพียงเพราะนั่นเป็นจุดเด่นของเรา พอ ๆ กับที่ยีราฟให้ความสำคัญกับคอยาว ๆ ของมัน

สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง กล่าวว่าความฉลาดของมนุษย์ส่งผลเสียต่อวิวัฒนาการของเรามากกว่าผลดี เขาเคยพูดติดตลกเอาไว้ว่า
"ถ้าผมรู้แบบนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ไฮสคูล มันคงเป็นข้ออ้างที่ผมจะไม่เรียนหนังสือ"
อย่าลืมว่าสิ่งมีชีวิตบางชนิดอยู่คู่โลกนี้มายาวนาน ทั้งที่มันไม่มีสมองจริง ๆ ซะด้วยซ้ำ เราให้ความสำคัญกับสมองเพียงเพราะนั่นเป็นจุดเด่นของเรา พอ ๆ กับที่ยีราฟให้ความสำคัญกับคอยาว ๆ ของมัน

เนื้อหาถูกซ่อนไว้
ฮอว์กิ้งอธิบายว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เข้าสู่ยุคใหม่แห่งวิวัฒนาการแล้ว และความฉลาดของเราก็ไม่เป็นผลดีมากนัก เพราะแรกเริ่มวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์ เกิดจากการคัดเลือกพันธุ์ตามธรรมชาติ ผู้เหมาะสมจึงจะอยู่รอด แม้มันจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ก็ทำให้ 3.5 พันล้านปีที่ผ่านมา เรามีวิวัฒนาการที่คืบหน้าไปอย่างมั่นคงและสมเหตุสมผลสิ่งที่สมควรตาย...ก็ตายลง
สิ่งที่สมควรอยู่...ก็อยู่รอด
แต่ต่อไปนี้(ณ ขณะนี้) เราไม่ได้อยู่ในยุคของการคัดเลือกพันธุ์แบบนั้นอีกต่อไป มนุษย์เข้าสู่ยุคใหม่แห่งวิวัฒนาการ มันไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ได้ถูกกำหนดจากความต้องการภายใน การคัดเลือกพันธุ์ของเราเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกและเหตุผลหลายอย่าง และบางอย่างก็ไม่สมเหตุสมผลในทางธรรมชาติเลยสักนิด
สิ่งที่สมควรตาย...กลับไม่ตาย
สิ่งที่สมควรอยู่...ตายลงไปมากมาย
อะไรที่สมควรรอด และอะไรที่ไม่สมควร? เป็นเรื่องง่ายที่ตอบยาก บางทีธรรมชาติเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ซึ่งเราก็ไม่ได้ปล่อยให้มันเป็นผู้จัดการ
หลายคนอาจคิดว่าเรายังคงอยู่บนบรรทัดฐานเดิมของการคัดเลือกพันธุ์ มีสักกี่คนจะรู้ตัวว่ามันไม่ใช่ เราไม่ได้อยู่ตรงจุดนั้นอีกต่อไปแล้ว...
การพัฒนาด้านภาษาและระบบบันทึกข้อมูลที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งหมื่น ปีที่แล้ว ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงให้แก่เผ่าพันธุ์มนุษย์ การเรียนรู้ข้อมูลมากมายจากบันทึก ไม่เหมือนการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น สิ่งเหล่านั้นทำให้เรามีความรู้แบบก้าวกระโดด เพราะไม่ต้องเริ่มจากจุดเดิม
ในขณะที่วิวัฒนาการทางกายภาพเริ่มถดถอยเชื่องช้าลง เรากลับมีวิวัฒนาการด้านความรู้ที่เพิ่มขึ้นแบบควบคุมไม่ได้ และเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นมาก...สั้นเกินไป และนี่คือจุดที่ความรู้กำลังจะเริ่มส่งผลเสีย เพราะมนุษย์ยังคงมีสัญชาตญาณเดิม ๆ และยังคงตอบสนองต่อแรงกระตุ้นในเชิงก้าวร้าว อารมณ์ของเรายังไม่ต่างจากมนุษย์ถ้ำมากนัก เรารุ่งเรืองขึ้นมาด้วยระยะเวลาที่สั้นเหลือเกิน
เราอาจไม่ใช่มนุษย์ถ้ำที่อยู่ท่ามกลางสัตว์ร้ายอีกต่อไป แต่กลับเป็นมนุษย์ถ้ำท่ามกลางองค์ความรู้ของตนเอง เพราะเรายังไม่พร้อมกับองค์ความรู้เหล่านั้น ไม่พร้อมกับอาวุธนิวเคลียร์ การดัดแปลงพันธุกรรม การสร้างไวรัส และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของตนเอง
แต่เราก็หยุดมันไม่ได้ เพราะเราไม่ได้แข่งขันกับสายพันธุ์อื่นอีกแล้ว เรากำลังแข่งขันกันเอง... การแข่งขันระหว่างผู้ชนะนั้นดุเดือดเสมอ
ฮอว์กิ้งกล่าวเอาไว้อย่างน่าคิดว่า...
"เวลาของเรากำลังจะหมดลง เรามีเวลาไม่เพียงพอที่จะรอจนถึงวันที่การคัดเลือกพันธุ์แบบดาร์วิน จะทำให้เรามีความฉลาดทางอารมณ์มากพอที่จะรับมือกับความรู้ของเราเอง"
พวกเราทั้งหมด...กำลังจะสูญพันธุ์...ในระยะเวลาอันสั้นเกินกว่าที่เราจะคาดถึง
หรือถ้าจะคิดให้ดีอีกทบหนึ่ง ธรรมชาติยังคงกุมอำนาจสูงสุดเสมอ และอีกไม่นานมันก็จะตัดสินว่ามนุษย์ไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ในเกมอีกต่อไป
เพราะว่าเราล้าหลังเกินไป...สำหรับความรู้ของตนเอง!
ที่มา : http://physicsforme.com/2011/08/28/life-in-the-universe-by-stephen-hawking/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น